ระหว่างวันที่ ๘ – ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นางสาวภัคจิรา ศรีเจริญ กงสุล สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เป็นผู้แทนสถานกงสุลใหญ่ฯ เข้าร่วมการประชุม The International Exchange and Cooperation Symposium of the New International Land-Sea Trade Corridor และพิธีจัดตั้งกลไกการประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศของระเบียงการค้าทางบก–ทางทะเลสายใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor: ILSTC) ณ นครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงานการต่างประเทศของรัฐบาลนครฉงชิ่ง และสำนักงานท่าเรือและโลจิสติกส์ของรัฐบาลนครฉงชิ่ง ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของประเทศสมาชิกอาเซียนในจีน เพื่อจัดตั้ง “กลไกการประสานงานความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศของระเบียงการค้าทางบก–ทางทะเลสายใหม่” อย่างเป็นทางการ อันเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างนครฉงชิ่งกับประเทศอาเซียนเข้าสู่กรอบความร่วมมือที่เป็นระบบต่อเนื่อง และเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
คณะผู้แทนทางกงสุลจากประเทศต่าง ๆ ได้เยี่ยมชมท่าเรือบก (Dry Port) ของระเบียงการค้าฯ ศูนย์ควบคุมและบริหารจัดการการดำเนินงาน และศูนย์แสดงสินค้า “Land and Sea Station” เพื่อรับทราบพัฒนาการและศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของระเบียงการค้าฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงจีนตะวันตกกับประเทศอาเซียน ทั้งนี้ยังได้เข้าร่วมงานสัมมนาว่าด้วยความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศของระเบียงการค้าฯ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของนครฉงชิ่งและบริษัทผู้ดำเนินงานระเบียงการค้าฯ ร่วมบรรยายถึงผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้าความร่วมมือระหว่างประเทศ และแนวทางการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
คณะฯ ยังได้เข้าร่วมพิธีจัดตั้งกลไกการประสานงานความร่วมมือฯ โดยมีผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตบรูไน อินโดนีเซีย สปป. ลาว มาเลเซีย และติมอร์-เลสเต ประจำกรุงปักกิ่ง ผู้แทนสถานกงสุลใหญ่กัมพูชา เมียนมา ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ณ นครฉงชิ่ง รวมทั้งผู้แทนสถานกงสุลใหญ่สิงคโปร์และไทย ณ นครเฉิงตู เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลไกดังกล่าว
กลไกความร่วมมือนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งช่องทางการสื่อสารและประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานจีนกับประเทศสมาชิก โดยจะมีการจัดทำและปรับปรุงรายชื่อผู้ประสานงานอย่างสม่ำเสมอ เสริมสร้างการแบ่งปันข้อมูลด้านนโยบายการค้า โลจิสติกส์ และการลงทุน เผยแพร่โครงการความร่วมมือที่สำคัญ จัดการประชุมระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ตลอดจนรวบรวมและประสานแก้ไขอุปสรรคด้านการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนของภาคเอกชนผ่านกลไกหารือแบบเจาะจงรายกรณี (one-on-one consultation) เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและการขนส่ง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันประกาศ “ข้อริเริ่มนครฉงชิ่งว่าด้วยการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างประเทศตามแนวระเบียงการค้าทางบก–ทางทะเลสายใหม่” ซึ่งมุ่งส่งเสริมการพัฒนาเครือข่ายบริการโลจิสติกส์ การอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร การลดต้นทุนการค้า การส่งเสริมแนวคิดดิจิทัลและการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการกระชับความสัมพันธ์ระดับประชาชนผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและสังคม