“อาปิโก ไฮเทค” เยือน สกญ. ณ นครเฉิงตู เดินหน้าขยายการลงทุน–เชื่อมพันธมิตรจีน รับการเติบโตอุตสาหกรรม EV ไทย

วันที่นำเข้าข้อมูล 10 ส.ค. 2569

| 33 view

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นาย Steven Xu Yuan ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) (AAPICO Hitech Public Company Limited) เข้าพบนางสาวณัฐฐ์สิริ นิ่มยี่สุ่น รองกงสุลใหญ่ รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู โดยมีนางสาวนรินทร ศักดิ์เศรษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ณ นครเฉิงตู เข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ แผนการขยายการลงทุนในประเทศไทย ตลอดจนแนวทางเชื่อมโยงความร่วมมือกับพันธมิตรจีน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์แห่งอนาคต

อาปิโก ไฮเทค เป็นบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนานกว่า 25 ปี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2539 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2545 ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “AH” ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีเครือข่ายธุรกิจทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ครอบคลุม 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ และธุรกิจเทคโนโลยีด้านการเชื่อมต่อข้อมูลและ IoT โดยมีบริษัทย่อยและบริษัทร่วมรวม 52 บริษัท แบ่งเป็น 32 บริษัทในประเทศไทย และ 20 บริษัทในต่างประเทศ

ในประเทศไทย บริษัทฯ มีสำนักงานใหญ่และโรงงานหลักแห่งแรกตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีฐานการผลิตเพิ่มเติมในจังหวัดสมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง ขณะเดียวกันได้ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ อาทิ จีน มาเลเซีย โปรตุเกส และสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในจีน บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี และมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เมืองคุนซาน มณฑลเจียงซู สะท้อนถึงเครือข่ายการผลิตที่เชื่อมโยงไทยเข้ากับฐานอุตสาหกรรมสำคัญของจีน

ในการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก จากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) และ Smart Mobility ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต ขณะที่จีนมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน EV ของโลก ทั้งด้านเทคโนโลยี แบตเตอรี่ ชิ้นส่วน และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ จึงได้ปรับยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรจีน โดยมุ่ง เชื่อมจุดแข็งด้านเทคโนโลยีและระบบนิเวศ EV ของจีนเข้ากับศักยภาพและฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสำหรับยานยนต์แห่งอนาคต

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการลงทุนในประเทศไทยที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI แล้ว 6 โครงการ และอยู่ระหว่างพัฒนาแผนและโครงการลงทุนใหม่เพิ่มเติม ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรจีนทั้งในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีโครงการความร่วมมือกับพันธมิตรจีนประมาณ 34 โครงการ ครอบคลุมตั้งแต่ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป (Die Casting) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งหลายโครงการมีศักยภาพในการต่อยอดสู่การลงทุนและความร่วมมือในประเทศไทย

ในการนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ และสำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางสนับสนุนการดำเนินโครงการลงทุนของบริษัทฯ ทั้งด้านข้อมูลและมาตรการส่งเสริมการลงทุน การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรจากจีนที่จำเป็นต้องเดินทางไปประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี การติดตั้งเครื่องจักร และการดำเนินโครงการร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ

การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงพัฒนาการของความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–จีนที่กำลังขยายจากการค้าและการผลิต ไปสู่การร่วมลงทุน การเชื่อมโยงเทคโนโลยี และการสร้างห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคตร่วมกัน โดยประเทศไทยสามารถใช้จุดแข็งด้านฐานการผลิตยานยนต์ที่มีอยู่เดิม ผสานกับศักยภาพด้านเทคโนโลยีและระบบนิเวศ EV ของจีน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในยุคใหม่

 

1

2นางสาวณัฐฐ์สิริ นิ่มยี่สุ่น รองกงสุลใหญ่ รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู

3นางสาวนิรินทร ศักดิเศรษฐ์ ผู้อำนวยการส่งเสริมการลงทุน ณ นครเฉิงตู

4นาย Steven Xu Yuan ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ

5