วันที่นำเข้าข้อมูล 10 เม.ย. 2558
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 19 ต.ค. 2563
นิทรรศการภาพถ่าย “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” (Two Lands One Heart) กิจกรรมปฐมฤกษ์เฉลิมฉลอง 40 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน
เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 31 มีนาคม 2558 เรือโทโกเมศ กมลนาวิน และนายหลี่เจี้ยน รองประธานสภาประชาชนนครเฉิงตู เป็นประธานพิธีเปิดงานนิทรรศการภาพถ่ายประวัติศาสตร์ ภายใต้หัวข้อ “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” (Two Lands One Heart) เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน จัดโดยสำนักงานการต่างประเทศนครเฉิงตู สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู สำนักงานเขตจิ่นเจียง จังหวัดเชียงใหม่ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครเฉิงตู
โดยมีนายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะข้าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู และเจ้าหน้าที่คณะรัฐบาลนครเฉิงตู เข้าร่วมด้วย
เรือโทโกเมศ กมลนาวิน กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู กล่าวในพิธีเปิดงานว่า “ปี 2558 นี้ เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับจีน และครบรอบ 10 ปี แห่งการก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ในโอกาสนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู จึงได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน เพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตรของสองประเทศ และเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนครเฉิงตูให้ก้าวหน้าไปอีกระดับ
นิทรรศการภาพถ่ายในครั้งนี้ ได้จัดแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ภาพถ่ายความร่วมมือระหว่างไทยกับนครเฉิงตู ภาพถ่ายเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีไทย รวมถึงภาพถ่าย “เสน่ห์เชียงใหม่” ที่จังหวัดเชียงใหม่ได้คัดสรรภูมิทัศน์ที่สวยงามของเชียงใหม่มาจัดแสดงให้ชาวเฉิงตูได้รับชม นอกจากนี้ ทางสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู จะมีการจัดกิจกรรมอีกมากมายตลอดทั้งปี เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้สามารถส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนพัฒนาก้าวหน้าไปอีกระดับ และสามารถผลักดันความร่วมมือระหว่างสองประเทศยิ่งขึ้นไป
เรือโทโกเมศฯ ได้กล่าวเน้นย้ำว่า ไทย-จีน คือมิตรประเทศที่ใกล้ชิด ประชาชนของทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีก่อน ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ นายกรัฐมนตรีของไทย และนายโจว เอินไหล นายกรัฐมนตรีของจีน ในขณะนั้นเป็นผู้แทนของรัฐบาลทั้งสองประเทศได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ผมในฐานะของนักการทูต รู้สึกภาคภูมิใจ และชื่นชมผู้นำไทยและจีนที่มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลตั้งแต่เมื่อ 40 ปีก่อน ที่ได้สร้างคุณประการมากมายให้แก่ประชาชนทั้งสองประเทศ ตลอดจนส่งผลถึงการสร้างเสถียรภาพความมั่นคงในภูมิภาค และสร้างความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่งร่วมกัน
นับตั้งแต่ที่ไทยและจีนได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ไทยและจีนมีความไว้เนื่อเชื่อใจ สนับสนุนและช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ในยามที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายหนึ่งประสบกับความยากลำบาก อีกฝ่ายหนึ่งจะเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เช่น เมื่อปี 2551 จีนประสบกับเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่เมืองเวิ่นชวน มณฑลเสฉวน รัฐบาลและพระบรมศานุวงศ์ไทย รวมทั้งภาคเอกชนไทยได้ร่วมช่วยกันส่งสิ่งของมาช่วยเหลือเพื่อนชาวจีนที่ได้รับความลำบาก และเมื่อปี 2554 ไทยประสบกับภาวะน้ำท่วมใหญ่ รัฐบาลจีนได้ส่งคณะผู้นำและผู้เชี่ยวชาญมาให้ความช่วยเหลือด้านการจัดการน้ำ สิ่งเหล่านี้ได้ฝังลึกลงในความทรงจำของประชาชนไทยมาโดยตลอด อาจกล่าวได้ว่า สัมพันธไมตรีที่แนบแน่นและการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างไทยกับจีนได้พัฒนามาอย่างมั่งคง ดังคำกล่าวที่ว่า “จีนไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ซึ่งคำกล่าวที่เราคุ้นหูซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ของไทยและจีนที่เปรียบเสมือนเป็นสมาชิกของครอบครัวเดียวกัน
พระบรมวงศานุวงศ์ไทย ผู้นำจีนและผู้นำไทยในอดีตต่างมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อความสัมพันธ์ไทย-จีนในปัจจุบัน พระบรมวงศานุวงศ์ไทยให้ความสืบสานความสัมพันธ์ด้านการศึกษาและวัฒนธรรมไทย-จีน โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนจีนเป็นประจำทุกปี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงฝึกซ้อมกู่เจิงที่จีนบ่อยครั้ง และทรงมีพระราชดำริจัดงานแสดงวัฒนธรรม “สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน” เป็นประจำทุกปี
ความร่วมมือสองฝ่ายขยายไปอย่างรอบด้านและลึกซึ้ง ในด้านการเมือง สองฝ่ายได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน” ในปี 2553 ผู้นำระดับสูงทั้งสองฝ่ายไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง มีกลไกหารือทางยุทธศาสตร์ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ และระดับปลัดกระทรวงต่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจ มีกลไกทวิภาคีระดับรองนายกรัฐมนตรี หารือความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และกลไกระหว่างกระทรวงต่างประเทศไทยกับรัฐบาลท้องถิ่นชาวจีน ได้แก่ มณฑลยูนนาน และมณฑลกวางตุ้ง และที่สำคัญ ปัจจุบัน ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจไทย-จีน กำลังเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความร่วมมือ โดยสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาความร่วมมือด้านรถไฟ และมีการจัดตั้งคณะทำงานหารือด้านรถไฟในรายละเอียด ด้านวัฒนธรรม ชาวไทยกับชาวจีนมีความใกล้ชิดกันมาก ชาวจีนที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ในอดีตสามารถอยู่ร่วมชาวไทยได้อย่างสนิทสนมกลมเกลียว และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขนี่เองที่ได้สร้างวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทยมาจนปัจจุบัน ความร่วมมือด้านการศึกษาและการท่องเที่ยว มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การแลกเปลี่ยนนักศึกษาอาจารย์และการท่องเที่ยวไปมาหาสู่ระหว่างกันของชาวไทยและชาวจีน เป็นกุญแจสำคัญอันหนึ่งที่ช่วยสร้างความเข้าใจและใกล้ชิดในระดับประชาชน
สำหรับมณฑลเสฉวน แม้สถานกงสุลใหญ่ฯ เปิดสำนักงานมาเพียง 10 ปี แต่ไทยกับมณฑลเสฉวนมีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิด มีการเยือนระหว่างกันโดยตลอด ความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระดับเมืองพี่เมืองน้องมีความคืบหน้าและขยายคู่ความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน คู่เมืองพี่เมืองน้องระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวน ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรีกับมณฑลเสฉวน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์กับเมืองเล่อซาน จังหวัดกาญจนบุรีอยู่ระหว่างการประสานงานสถาปนาเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับเขตปกครองตนเองอี๋เหลียงชาน และได้มีการลงนามในความตกลงสถาปนาเมืองพี่เมืองน้องอย่างเป็นทางการระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และนครเฉิงตู เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา
*****
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู
รูปภาพประกอบ