งานสัมมนา Seminar on Investment Opportunity in Thailand ณ นครเฉิงตู

งานสัมมนา Seminar on Investment Opportunity in Thailand ณ นครเฉิงตู

วันที่นำเข้าข้อมูล 10 เม.ย. 2560

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 เม.ย. 2565

| 928 view

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2560 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประจำนครเซียงไฮ้ ได้จัดงานสัมมนา “Seminar on Investment Opportunity in Thailand” ที่โรงแรม Grand Hyatt Chengdu โดยได้รับความร่วมมือจากสภาหอการค้าและการพาณิชย์ต่างประเทศมณฑลเสฉวน (Sichuan Foreign Commerce and Trade Chamber) กรมพาณิชย์มณฑลเสฉวนและสำนักงานการต่างประเทศและกิจกรรมชาวจีนโพ้นทะเล เพื่อให้ข้อมูลภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจและความรู้ด้านการลงทุนของประเทศไทยในเชิงลึกต่อภาครัฐและเอกชนจีนในมณฑลเสฉวนให้เกิดความสนใจเพื่อ “ก้าวออกไป” ลงทุนยังประเทศไทยมากขึ้น ภายในงานดังกล่าวมีผ้แทนจากภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนรวมประมาณ 182 คน จำนวน 110 บริษัท ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้จัดทำ Information stands ภาษาจีนที่สรุปข้อมูลโครงการ/นโยบายการลงทุนที่สำคัญ/และแผนพัฒนาคมนาคม (มีรูปภาพประกอบ) วางแสดงหน้างานฯ

นางพันทิพา เอี่ยมสุธา เอกะโรหิต กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์พิธีเปิดงานว่า “ประเทศไทยและมณฑลเสฉวนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแทบทุกมิติ เช่น การค้า การท่องเที่ยว การศึกษา และวัฒนธรรม อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ด้านการลงทุนถึงแม้ว่ามีอยู่แต่ก็นับว่าน้อย โดยเฉพาะหากเปรียบเทียบกับการลงทุนของจีนของมณฑลอื่น ๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โอกาสสำหรับการลงทุนจากมณฑลเสฉวนยังมีอยู่มาก ซึ่งยิ่งทำให้การสัมมนานี้มีความสำคัญและจัดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม”

“ประเทศไทยและมณฑลเสฉวนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในทุกระดับ มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ใกล้กัน และระบบโลจิสติกส์ที่สะดวกในทุกด้าน ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีมีความสามารถในการแข่งขัน ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและโครงการใหม่ ๆ ที่สำคัญของรัฐบาล เช่น SEZ EEC กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย นโยบาย Thailand 4.0 และแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ จึงทำให้สามารถส่งเสริมแผน ASEAN Master Plan on Connectivity และยุทธศาสตร์ One Belt One Road ของจีนด้วย ทั้งนี้ จึงขอย้ำเตือนว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่นักลงทุนเสฉวนไม่ควรมองข้าม เพราะจะหมายถึงการพลาดโอกาสทองที่สำคัญของนักลงทุนเอง”

ด้านนางอารีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้กล่าวว่า “ประเทศไทย ตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางของอาเซียน และเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน เพื่อดึงดูดนักลงทุนทางด้านเทคโนโลยีชั้นสูงให้มาลงทุน รัฐบาลไทยได้ประกาศนโยบายใหม่เพื่อรองรับการลงทุนและมีสิทธิประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ปัจจุบัน10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของการลงทุนในไทยสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มแรก คือ  5 อุตสาหกรรมเดิมหรืออุตสาหกรรมระยะสั้นถึงปานกลาง ซึ่งประกอบไปด้วย 1) ยานยนต์แห่งอนาคต 2) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 3) ท่องเที่ยวระดับคุณภาพ 4) เกษตรเชิงประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีชีวภาพ 5) อาหารแห่งอนาคต กลุ่มที่สอง คือ 5 อุตสาหกรรมใหม่ หรืออุตสาหกรรมระยะยาว ประกอบไปด้วย 1) หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม 2) อุตสาหกรรมการขนส่งและการบิน 3) อุตสาหกรรมชีวภาพ พลังงาน เคมีชีวภาพ 4) อุตสาหกรรมดิจิตอล และ 5) อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ”

ภายในการสัมมนาดังกล่าวยังได้จัดช่วง “Panel discussion” ในหัวข้อ “โอกาสการลงทุนในไทย” ซึ่งมีตัวแทนผู้เชียวชาญ 5 ราย จากธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพฯ บริษัทที่ปรึกษาทางกฏหมาย บริษัท Holley Group และบริษัทฟู่หยวนคอมมิวนิเคชั่น เข้าร่วม ในตอนสุดท้ายของการสัมมนาฯ ได้จัดให้มีช่วง

ถาม-ตอบ ซึ่งนักธุรกิจจีนและนักลงทุนจีน สนใจสอบถามในเรื่องของการเข้าไปลงทุนในไทยด้านอสังหาริมทรัพย์ (ก่อสร้างโรงแรม ที่พัก) โดยเฉพาะในบริเวณที่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ธุรกิจก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานปิโตรเคมี พลังงาน การเกษตร การแปรรูปสินค้าเกษตร ธุรกิจโรงพยาบาล และการค้าขายระหว่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ นักลงทุนจีนยังให้ความสำคัญในเรื่องของการจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนการค้า ระเบียบเกี่ยวกับสัดส่วนการถือหุ้น การครอบครองกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และการตรวจลงตรา/อนุญาตให้ลูกจ้างต่างประเทศ ซึ่งนักลงทุนจีนมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกเข้าไปลงทุนในประเทศไทย

การสัมมนาแนะนำนโยบายด้านการลงทุนในประเทศไทยในครั้งนี้ แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการชักชวนวิสาหกิจและกลุ่มนักลงทุนของมณฑลเสฉวนมาลงทุนยังประเทศไทย โดยที่ประเทศไทย “เปิดประตู” รองรับการเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศอย่างอิสระ สร้างโอกาสและช่องว่างทางการลงทุนให้กับกลุ่มนักลงทุนชาวจีน และเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพการเป็นฐานการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายของประเทศไทย

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ