กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู หารือแนวทางความร่วมมือด้านการศึกษา ระหว่างไทยกับเมืองเหมียนหยาง พร้อมเยี่ยมชมโรงเรียนเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธรและ โรงงานผลิตอาหารสัตว์บริษัทซีพี สาขาเหมียนหยาง

กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู หารือแนวทางความร่วมมือด้านการศึกษา ระหว่างไทยกับเมืองเหมียนหยาง พร้อมเยี่ยมชมโรงเรียนเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธรและ โรงงานผลิตอาหารสัตว์บริษัทซีพี สาขาเหมียนหยาง

วันที่นำเข้าข้อมูล 31 ม.ค. 2562

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 23 พ.ย. 2565

| 344 view

กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู หารือแนวทางความร่วมมือด้านการศึกษา

ระหว่างไทยกับเมืองเหมียนหยาง

พร้อมเยี่ยมชมโรงเรียนเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธรและ

โรงงานผลิตอาหารสัตว์บริษัทซีพี สาขาเหมียนหยาง

 

   

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2562 เวลา 10.30 น. นายวิทิต เภาวัฒนาสุข กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู พร้อมด้วย น.ส.พิชชาภรณ์ หลิวเจริญ กงสุล (ฝ่ายการศึกษา) และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นท้องถิ่น ได้เดินทางเข้าพบ (1) น.ส.ถัง ยุ่น รองประธานสมาคมมิตรภาพประชาชนระหว่างประเทศเมืองเหมียนหยาง (2) น.ส.จาง จิ่น รองผู้อำนวยการกองการศึกษาและกีฬาเมืองเหมียนหยาง (3) นายเติ้ง กาง ผู้อำนวยการกองการศึกษาและกีฬาเขตฝูเฉิง และ (4) นายเฉิง หย่งเต๋อ ผู้อำนวยการโรงเรียนเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธร เพื่อหารือเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการศึกษาไทย-เหมียนหยาง                                                                                                                                                          

กงสุลใหญ่ฯ กล่าวขอบคุณเมืองเหมียนหยางที่ถวายการรับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปีที่ผ่านมาอย่างสมพระเกียรติ นับแต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนการสร้างโรงเรียนเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธร สถานกงสุลใหญ่ฯ จึงได้สานต่อความร่วมมือระหว่างไทยกับโรงเรียนและเมืองเหมียนหยางมาโดยตลอด โดยเฉพาะในด้านการศึกษา ในปีนี้สถานกงสุลใหญ่ฯ จะให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการศึกษาให้มากขึ้นในทุกระดับ โอกาสนี้ จึงมาเยือนเมืองเหมียนหยางอย่างเป็นทางการ

น.ส.ถังฯ กล่าวต้อนรับ กงสุลใหญ่ฯ และคณะฯ พร้อมกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2008 ที่เมืองเหมียนหยางประสบภัยแผ่นดินไหว และได้รับพระราชทุนทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 50 ล้านบาทจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการจัดสร้างโรงเรียนเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธร โรงเรียนเหมียนหยางฯ ได้มีความร่วมมือกับโรงเรียนจิตรลดามาโดยตลอด  ทั้งสองโรงเรียนได้มีการไปมาหาสู่จนถึงปัจจุบัน กล่าวได้ว่าความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นสัญลักษณ์ความร่วมมือระหว่างไทย-เหมียนหยางอย่างเป็นทางการ

นายเฉิงฯ กล่าวแนะนำความเป็นมาของโรงเรียนเหมียนหยางฯ ในปี 2010 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ มาเป็นประธานในพิธีเปิดโรงเรียน และทรงมีพระดำรัสว่าจะทรงผลักดันให้โรงเรียนเหมียนหยางฯ เป็นโรงเรียนตัวอย่างและเป็นโรงเรียนสาธิตที่ดีของเมืองเหมียนหยางต่อไป

นายเฉิงฯ กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนเหมียนหยางฯ มีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับรางวัลโรงเรียนดีเด่นในระบบการศึกษาภาคบังคับของเมืองเหมียนหยางอีกด้วย โรงเรียนเหมียนหยางฯ และโรงเรียนจิตรลดาได้มีความร่วมมือแลกเปลี่ยนครู/นร.ระหว่างกันทั้งหมด 9 ครั้ง มีครูและนักเรียนจีนไปแลกเปลี่ยนที่ไทยจำนวนกว่า 400 คน รวมถึงครูและนักเรียนไทยมาแลกเปลี่ยนที่เหมียนหยางจำนวนกว่า 300 คน ที่ผ่านมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เยือนโรงเรียนเหมียนหยาง 3 ครั้ง และมีคณะจากสมาคมและสื่อที่เกี่ยวข้องมาเยือนจำนวน 7 คณะ โรงเรียนเหมียนหยางฯ มีปณิธาน 3 ข้อหลัก คือ “ร่วมมือ กลมกลืน พัฒนา” จึงได้เสนอความร่วมมือร่วมกับไทยเพิ่มเติม ดังนี้

1. มีความต้องการขยายแผนความร่วมมือกับไทยใน 3 ระดับ ได้แก่ (1) ระดับครู/นักเรียน ซึ่งเป็นความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะโครงการการแลกเปลี่ยน (2) ความร่วมมือระดับโรงเรียน และ (3) ความร่วมมือระดับหน่วยงานรัฐในภาคการศึกษา โดยหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้ทั้งสองประเทศเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น

 2. การแสวงหาความกลมกลืน รวมทั้งการแสวงหาจุดเหมือนและยอมรับความแตกต่างระหว่างกัน โดยการแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนด้านภาษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อให้นักเรียนได้เปิดหูเปิดตาและได้เห็นมุมมองใหม่ๆ และค้นพบว่าที่จริงแล้วไทยและจีนมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน เช่น การแสดงโขนของไทยก็มีความคล้ายคลึงกับอุปรากร (งิ้ว)ของจีน นอกจากนั้นความร่วมมือด้านนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำความเข้าใจ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความต้องการเรียนรู้อีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งด้วย

3. การส่งเสริมการพัฒนาโรงเรียน โดยเฉพาะการปรับปรุงซ่อมแซม facility ของโรงเรียน อาทิ การสร้างสนามกีฬาใหม่ เนื่องจากมีการใช้งานมาอย่างยาวนานจึงไม่ปลอดภัยต่อการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนและการสร้าง Smart Classroom โดยใช้ระบบ Internet Plus เปิดห้องเรียนออนไลน์ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาจีน ไทย และอังกฤษ

กงสุลใหญ่ฯ ได้เสนอความร่วมมือ ดังนี้

1. ให้ความสำคัญในเรื่องความร่วมมือด้านการศึกษาให้มากขึ้นในทุกระดับ ไม่เพียงแต่โรงเรียนเหมียนหยางฯ และโรงเรียนจิตรลดาที่เป็นความร่วมมือในระดับประถมศึกษา แต่ยังรวมไปถึงความร่วมมือระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษา เพื่อค้นหาความเป็นเลิศทางวิชาการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

2. สถานกงสุลใหญ่ฯ จะผลักดันให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีความร่วมมือกับ โรงเรียนเหมียนหยางฯ อีกทางหนึ่ง เพื่อสนับสนุนการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย

3. ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยมาศึกษาในมณฑลเสฉวนและมหานครฉงชิ่งจำนวนมาก สถานกงสุลใหญ่ฯ มีแผนจะดำเนินโครงการนำนักศึกษาไทยเหล่านี้มาทัศนศึกษาที่เมืองเหมียนหยาง โดยเฉพาะโรงเรียนเหมียนหยางฯ ที่ถือเป็นโรงเรียนต้นแบบของความร่วมมือระหว่างไทย-เหมียนหยาง และดูงานบริษัท CP ที่เป็นวิสาหกิจของไทย อีกทั้งมาศึกษาดูงานความก้าวหน้าของเมืองเหมียนหยาง  ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองวิทยาศาสตร์

4. สถานกงสุลใหญ่ฯ จะจัดโครงการสอนทำอาหารไทยให้แก่พ่อครัวจีนในเสฉวน/ฉงชิ่ง และโดยที่นายเติ้งฯ ให้ข้อมูลว่าวิทยาลัยอาชีวศึกษาเหมียนหยางมีความโดดเด่นด้านการประกอบอาหาร หากเมืองเหมียนหยางสนใจ ก็ยินดีสนับสนุนให้มีการจัดสอนทำอาหารไทยที่เหมียนหยางด้วย

ต่อมา ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน กงสุลใหญ่ฯ และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร นายเฉิง หย่งเต๋อ ผู้อำนวยการโรงเรียนเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่สิรินธร กล่าวแนะนำความเป็นมาของโรงเรียนเหมียนหยางฯ พร้อมนำคณะชมบอร์ดกิจกรรมและถ้วยรางวัลที่โรงเรียนได้รับจากการแข่งขันต่าง ๆ ของนักเรียน 

 กงสุลใหญ่ฯ กล่าวแสดงความประทับใจที่ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนเหมียนหยางฯ และโรงเรียนจิตรลดามีความแน่นแฟ้น และกล่าวย้ำว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ จะสนับสนุนความร่วมมือระหว่างสองโรงเรียนต่อไป

จากนั้น เวลาประมาณ 16.00 น. กงสุลใหญ่ฯ และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงงงานผลิตอาหารสัตว์บริษัทซีพี สาขาเหมียนหยาง และหารือกับคณะผู้บริหาร โดยมีนายฉิน เสี่ยวปิน ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายอาหารสัตว์ให้การต้อนรับ และพาเดินสำรวจโรงงานผลิตอาหารสัตว์

ผู้จัดการฯ กล่าวแนะนำโรงงานว่า โรงงานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 1995 ภายในระยะเวลา 23 ปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มียอดขายต่อเดือนประมาณ 19,000 – 20,000 ตัน แต่ด้วยนโยบายรักษาสิ่งแวดล้อม และการขยายตัวของเมืองเหมียนหยางทำให้ชุมชนเมืองขยายพื้นที่มากขึ้น บริษัทฯ จึงมีนโยบายย้ายโรงงานออกไป บริษัทฯ ตัดสินใจสร้างโรงงานแห่งใหม่ในอีกอำเภอหนึ่งของเมืองเหมียนหยาง และคาดว่ามูลค่าการผลิตจะเพิ่มมากกว่าปัจจุบันเป็นเท่าตัว

 กงสุลใหญ่ฯ กล่าวขอบคุณบริษัทซีพี สาขาเหมียนหยางที่ให้การต้อนรับอย่างดี และกล่าวเสริมว่าปัจจุบันมีนักเรียนไทยจำนวนมากเดินทางมาศึกษาในมณฑลเสฉวนและมหานครฉงชิ่ง และยังมีนักเรียนจีนที่เรียนสาขาภาษาไทยจำนวนมากเช่นเดียวกัน หากทางบริษัทฯ สนใจต้องการรับนักศึกษาฝึกงาน สามารถติดต่อผ่านทางสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ สถานกงสุลใหญ่ฯ สามารถเป็นตัวกลางหาบุคลากรและพร้อมสนับสนุนให้บริษัทฯ ได้บุคลากรที่ตรงกับความต้องการ และเป็นการสนับสนุนให้นักเรียนเหล่านี้มีประสบการณ์เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงานต่อไปในอนาคต

 กงสุลใหญ่ฯ กล่าวย้ำถึงโครงการนำนักเรียนไทยที่ศึกษาในมณฑลเสฉวนและมหานครฉงชิ่งมาทัศนศึกษาที่เมืองเหมียนหยาง และมาเยี่ยมชมโรงงานผลิตอาหารสัตว์ของบริษัทซีพี ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทยที่ประสบความสำเร็จในจีน เพื่อให้นักเรียนไทยได้มีโอกาสเห็นการทำงานและระบบการจัดการของบริษัทฯ โดยเชื่อว่าโครงการนี้สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เด็กไทยมีแรงบันดาลใจในการตั้งใจเรียน เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานในองค์กรที่ดีในอนาคตต่อไป

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ