สวัสดีค่ะ พี่น้องชาวไทยที่พำนักอาศัยในมณฑลเสฉวนและมหานครฉงชิ่งทุกท่าน

                  ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู
สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมมณฑลเสฉวนและมหานครฉงชิ่ง ปัจจุบันทั้งสองมณฑลมี
ประชากรรวมกันกว่า 114 ล้านคน เป็นเมืองเอกทางด้านเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรมในภาค
ตะวันตกของจีน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางหรือ Belt and Road Initiative (BRI)
ซึ่งนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ตั้งเป้าหมายในการเชื่อมโยงกับ
นโยบาย Thailand 4.0 และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ของไทย

                  ในโอกาสครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ดิฉัน
รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและมณฑลเสฉวน/มหานครฉงชิ่งตลอด 15 ปีตั้งแต่
ประเทศไทยตั้งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูเมื่อปี 2548 มีความราบรื่นและเป็นมิตรที่ดีต่อกันมาโดยตลอด
ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงในทุกระดับและต่อเนื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเยือนมณฑลเสฉวนและมหานคร
ฉงชิ่งรวม 10 ครั้ง และได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อซ่อมแซมทำนุบำรุงโรงเรียประถมศึกษา
เหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2551 ทำให้
ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยและมณฑลเสฉวนกระชับแน่นแฟ้นและใกล้ชิดยิ่งขึ้น ชาวเสฉวน
และฉงชิ่งต่างชื่นชอบอาหารไทยและนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศไทย ในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 8-9 แสนคน

                    ปี 2563 ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับชาวไทย ชาวจีนและชาวโลก สถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการจำกัด
การเดินทางและความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ตลอดจนผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ดิฉันพร้อมด้วย
ข้าราชการสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู และทีมประเทศไทยในนครเฉิงตู จะตั้งใจทำงานอย่างสุด
ความสามารถ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างไทยและมณฑลเสฉวนและมหานครฉงชิ่ง
ในทุกมิติทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้าการลงทุน การศึกษา วัฒนธรรมและความเชื่อมโยงระหว่าง
ประชาชน การผลักดันการดำเนินการเพื่อเชื่อมโยง BRI กับ Thailand 4.0 และ EEC ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
และจะทำหน้าที่คุ้มครองดูแลผลประโยชน์ของชาวไทยและเอกชนไทยอย่างดีที่สุด อีกทั้งพร้อมจะทำงาน
ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ของมณฑลเสฉวนและมหานครฉงชิ่ง เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติและประชาชน
ของทั้งสองประเทศ

 

                 นางทิพย์วรรณ ศุภมิตรกิจจา

                 กงสุลใหญ่