ข้อมูลที่ควรทราบเกี่ยวกับการทำงานในประเทศจีนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
วันที่นำเข้าข้อมูล 28 ก.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 ก.ย. 2569
| ข้อมูลที่ควรทราบเกี่ยวกับการทำงานในประเทศจีนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย |
สำหรับคนไทยที่วางแผนเดินทางมาทำงานหรือฝึกงานในประเทศจีน สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การดำเนินการเรื่องวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน และเอกสารการพำนักให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้การทำงานและการพำนักในประเทศจีนเป็นไปอย่างราบรื่น สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูขอแนะนำข้อมูลพื้นฐานที่ควรทราบ ดังนี้
1. ก่อนเดินทางมาทำงานในจีน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางมาทำงานในประเทศจีนควรประสานกับนายจ้างหรือสถานที่ทำงานเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารก่อนเดินทาง โดยทั่วไป ได้แก่
(1) ขอหนังสือยืนยันการเชิญมาทำงาน (Invitation Letter for Work /工作邀请函) จากสถานที่ทำงาน
(2) ยื่นขอวีซ่าประเภท Z (วีซ่าทำงาน /工作签证) ที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่จีนประจำประเทศไทย
สำหรับขั้นตอนภายหลังเดินทางเข้าประเทศจีนจะแตกต่างกันตามระยะเวลาและลักษณะของการทำงาน
1.1 กรณีทำงานไม่เกิน 90 วัน
เมื่อเดินทางถึงประเทศจีนแล้ว ควรขอให้สถานที่ทำงานออก หนังสือรับรองการทำงาน (Certificate of Employment หรือ Work Certificate /工作证明) ซึ่งระบุระยะเวลาการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน และปฏิบัติงานภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต
1.2 กรณีทำงานเกิน 90 วัน
ภายหลังเดินทางเข้าประเทศจีน โดยทั่วไปจะต้องดำเนินการ ดังนี้
(1) ขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit /工作许可证) จากกรมการจัดหางานของมณฑลที่ตั้งสถานที่ทำงานของตน
(2) ขอใบอนุญาตพำนักประเภททำงาน (Work-type Residence Permit /工作类居留证件) จากหน่วยงานตรวจคนเข้า–ออกเมืองในพื้นที่
(3) ขอให้สถานที่ทำงานของตนออกหนังสือรับรองการทำงาน (Certificate of Employment or Work Certificate/工作证明) ซึ่งระบุระยะเวลาการปฏิบัติงานให้ชัดเจน
(4) ตรวจสอบให้ระยะเวลาการทำงานและการพำนักเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต หากประสงค์จะทำงานต่อ ควรดำเนินการต่ออายุเอกสารล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กำหนด
2. เมื่อแต่งงานกับชาวจีน สามารถทำงานในจีนได้ทันทีหรือไม่?
การเป็นคู่สมรสของพลเมืองจีนไม่ได้ทำให้ชาวต่างชาติได้รับสิทธิทำงานในประเทศจีนโดยอัตโนมัติ หากประสงค์จะทำงานอย่างถูกกฎหมาย จะต้องดำเนินการเกี่ยวกับ
- ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit /工作许可证)
- เอกสารการพำนักที่สอดคล้องกับการทำงาน
ดังนั้น ก่อนรับงานควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า สถานะการพำนักและการทำงานของตนสอดคล้องกับเอกสารที่ถืออยู่
3. นักศึกษาต่างชาติสามารถฝึกงานในจีนได้หรือไม่?
นักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาอยู่ในประเทศจีนสามารถฝึกงานนอกสถานศึกษาได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยหลักการจำเป็นต้อง
(1) ได้รับการอนุญาตจากสถาบันการศึกษา
(2) ฝึกงานในตำแหน่งหรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่ศึกษา
(3) ให้สถาบันการศึกษาออกเอกสารประกอบการฝึกงาน
(4) นำเอกสารไปดำเนินการกับหน่วยงานตรวจคนเข้า–ออกเมือง เพื่อเพิ่มข้อมูลหรือคำกำกับเกี่ยวกับการฝึกงานในใบอนุญาตพำนัก ก่อนเริ่มฝึกงาน
หากใบอนุญาตพำนักประเภทศึกษายังไม่มีข้อมูลหรือคำกำกับที่อนุญาตให้ฝึกงานนอกสถานศึกษา ไม่ควรเริ่มฝึกงานจนกว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อย เพื่อไม่ให้ฝ่าฝืนกฎหมายเพราะทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับเรื่องค่าตอบแทนหรือเบี้ยเลี้ยง ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่รับฝึกงานล่วงหน้า
4. ทำงานในจีน ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษบ้าง?
การมีวีซ่าหรือใบอนุญาตทำงานไม่ได้หมายความว่าสามารถทำงานได้ทุกประเภทหรือกับนายจ้างรายใดก็ได้ ก่อนเริ่มงาน ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า
✓ มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง
✓ งานและนายจ้างตรงกับที่ได้รับอนุญาต
✓ สถานะการพำนักสอดคล้องกับการทำงาน
✓ ไม่ทำงานเกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต
✓ ตรวจสอบวันหมดอายุของเอกสารอย่างสม่ำเสมอ
การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือทำงานนอกเหนือจากเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต อาจถือเป็นการทำงานโดยผิดกฎหมายและมีบทลงโทษตามกฎหมายจีน
การตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน จะช่วยลดปัญหาด้านการทำงานและการพำนัก และทำให้การใช้ชีวิตในประเทศจีนเป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น
หมายเหตุ:
- หลักเกณฑ์ด้านวีซ่า การทำงาน และการพำนักของชาวต่างชาติอาจแตกต่างกันตามลักษณะงาน ระยะเวลาการทำงาน และพื้นที่ ผู้ประสงค์จะทำงานหรือฝึกงานในประเทศจีนควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับนายจ้าง สถาบันการศึกษา และหน่วยงานจีนที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ
- ชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศจีนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถเข้าระบบประกันสังคม โดยมีหน้าที่และสิทธิเช่นเดียวกับชาวจีน อาทิ หน้าที่การชำระเงินให้ระบบประกันสังคม สิทธิการรักษาพยาบาล และสิทธิในการเข้าถึงเงินเกษียณอายุ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้
Royal Thai Consulate-General in Chengdu