กงสุลใหญ่และคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานวิสาหกิจที่เมืองเต๋อหยาง

กงสุลใหญ่และคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานวิสาหกิจที่เมืองเต๋อหยาง

วันที่นำเข้าข้อมูล 29 มิ.ย. 2560

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 6 มี.ค. 2564

| 767 view

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 นางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ได้นำคณะประกอบด้วยนางจิตนิภา หวังเชิดชูวงศ์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครเฉิงตู นางจุฑาภรณ์ เฟิลแคร์ กงสุล นางปิยพรรษา มณีแสง ผช.ผอ.สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ พร้อมผู้ช่วยดำเนินงานด้านการเมืองและเศรษฐกิจของสถานกงสุลใหญ่ฯ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู เดินทางไปเยือนเมืองเต๋อหยาง เพื่อลงพื้นที่เยี่ยมชมและศึกษาดูงานวิสาหกิจที่มีชื่อเสียงในเมืองเต๋อหยาง ได้แก่ 1.บริษัท SICHUAN HONGHUA PETROLEUM ผลิตอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำมัน 2.บริษัท DONGFANG DIANQI ผลิตอุปกรณ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) และ 3.บริษัท CHINA ERZHONG ผลิตเหล็กกล้าและโลหะขนาดใหญ่  

ในช่วงเช้า กงสุลใหญ่ฯ และคณะ ได้เดินทางไปดูงานที่บริษัท SICHUAN HONGHUA PETROLEUM ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1997 ประกอบอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรกลและชิ้นส่วนอะไหล่ของเครื่องขุดเจาะน้ำมัน บริษัทแห่งนี้มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับที่ 2 (ร้อยละ18) ของโลกรองจากสหรัฐฯ (ร้อยละ 30) ปัจจุบัน บริษัท HONGHUA PETROLEUM ได้ส่งชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องขุดเจาะน้ำมันไปยังสาขาที่ประเทศไทย และกระจายสินค้าไปทั่วประเทศไทย สำหรับยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์มีมูลค่า 50 ล้านหยวนต่อปี ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมศึกษาโอกาสและพิจารณาความเป็นไปได้สำหรับการลงทุนในไทย

ช่วงบ่าย กงสุลใหญ่ฯ และคณะ ได้ไปศึกษาดูงานที่บริษัท DONGFANG DIANQI ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี     ค.ศ.1958 ต่อมาเมื่อ ค.ศ.1993 ได้เปลี่ยนมาเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครเฉิงตู และมีโรงงาน  อยู่ที่เมืองเต๋อหยาง โรงงานที่เมืองเต่อหยาง ทำการผลิตอุปกรณ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานต่าง ๆ    เช่น นิวเคลียร์ ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานน้ำเ ป็นต้น และกำลังพัฒนาระบบการผลิตไฟฟ้าจาก   พลังงานลม โรงงานแห่งนี้ได้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าไปทั่วโลก โดยเฉพาะในอาเซียน อาทิ     ไทย พม่า ลาว โดยในแต่ละปีโรงงานแห่งนี้สามารถมีกำลังการผลิตไฟฟ้ามากกว่า 32,000 เมกะวัตต์ต่อปี ทั้งนี้สินค้าที่บริษัทฯ ส่งมาไทย คือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานถ่านหินและเครื่องปั่นไฟ

ต่อมา คณะฯ ได้เดินทางศึกษาดูงานที่บริษัท CHINA ERZHONG (CNEG) ซึงก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1958 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยูที่นครเฉิงตู (ทำหน้าที่เป็นศูนย์ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านการผลิต) ส่วนโรงงานผลิตตั้งอยู่ที่เมืองเต๋อหยาง บริษัทแห่งนี้เป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีชิ้นส่วนเหล็กกล้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา บริษัทฯ ได้ขยายขนาดพื้นที่โรงงาน โดยมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 4.82 ล้าน ตร.ม.มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้นมากกว่า 26,500 ล้านหยวน ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 13,264 คน ประกอบธุรกิจ 7 ประเภทหลัก คือ 1.ธุรกิจหลอมทอง 2.เหมืองแร่ 3.การคมนาคม 4.พลังงาน 5.ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ 6. การขุดเจาะน้ำมัน และ 7. ธุรกิจการบิน โรงงานที่เมืองเต๋อหยางแห่งนี้ทำหน้าที่ออกแบบและผลิตสินค้าตามออเดอร์ มีความสามารถหลอมเหล็กได้ 900 ตัน/ครั้ง ปัจจุบันเป็นโรงงานหลักในการผลิตชิ้นส่วนประกอบเหล็กกล้าให้แก่โรงงานอื่น ๆ ในจีน อีกทั้ง ส่งออกสินค้าไปยังกัมพูชา ลาว พม่า ปากีสถาน และศรีลังกา

จากการลงพื้นที่ศึกษาดูงานที่เมืองเต๋อหยางในครั้งนี้ ทำให้ทราบว่า เมืองเต๋อหยาง คือ เมืองแห่งอุตสาหกรรมหนักของจีนตอนใน มีศักยภาพและเทคโนโลยีการผลิตในด้านอุปกรณ์ ชิ้นส่วนและอะไหล่ของเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ รวมถึง เครื่องบินและอะไหล่เครื่องบิน นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถาบันการบินพลเรือนแห่งแรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งปัจจุบัน อุตสาหกรรมด้านการบินกำลังเป็นที่สนใจและรัฐบาลเมืองเต๋อหยาง ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงได้มีความร่วมมือกับหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศในอาเซียน เช่น ลาวและพม่า โดยการขายเครื่องบินและอุปกรณ์ด้านการบินให้กับสองประเทศดังกล่าว รวมถึง จัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการบินไปฝึกอบรมบุคลากรและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ทั้งนี้ เมืองเต๋อหยางมีโครงการที่จะจัดตั้งสาขาสถาบันการบินพลเรือนขึ้นในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนทางด้านการบิน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน โดยประเทศไทย คือประเทศเป้าหมายหลักของโครงการจัดตั้งสาขาสถาบันการบินดังกล่าว 

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ