วันที่นำเข้าข้อมูล 29 มิ.ย. 2560
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562
ประสบความสำเร็จลงอย่างสมบูรณ์สำหรับโครงการนำคณะนักธุรกิจ/นักลงทุนจากมณฑลเสฉวนเยือนไทย เพื่อศึกษาโอกาสและแสวงหาลู่ทางการลงทุน นำโดยนางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู โครงการดังกล่าวซึ่งจัดโดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ร่วมกับกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 20-24 มิถุนายน 2560 ยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งไทยและจีน ได้แก่ กรมพาณิชย์มณฑลเสฉวน สมาคมส่งเสริมความร่วมมือเศรษฐกิจและการค้า One belt One road ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงเทพฯ ด้วย
มีวิสาหกิจจากมณฑลเสฉวนที่ร่วมเดินทาง ประกอบด้วยผู้แทนภาครัฐจำนวน 4 คน ผู้แทนรัฐวิสาหกิจ/บริษัทเสฉวน 16 บริษัท จำนวน 20 คน ในสาขาอุตสาหกรรมพลังงาน เครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง ผลิตภัณฑ์สำหรับการขนส่งทางบกและทางราง ชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจท่องเที่ยว/อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจด้านสื่อและการศึกษา บริษัทบริหารเงินทุน นอกจากนี้ยังมีสื่อ 2 สำนัก 2 คน รวมจำนวนทั้งหมด 26 คน
ในช่วงระหว่างเยือนไทย คณะมีกำหนดการที่สำคัญ (1) การพบหารือกับผู้บริหารของหน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้อง เช่น กต. (นายสิงห์ทอง ลาภพิเศษพันธุ์ อธ.กรมเอเชีย ตอ.) บีโอไอ (นายโชคดี แก้วแสง รอง ลขธ.BOI) กระทรวงพาณิชย์ (นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รอธ. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และนางนิศาบุษย์ วีรบุตร ผอ.สนง.พัฒนาตลาด ตปท. กรมส่งเสริมการค้า รปท.) กระทรวงอุตสาหกรรม (นายพสุ โลหารชุน อธ.กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) การนิคมแห่งประเทศไทย (นางปนัดดา รุ่งเรืองศรี ผช.ผู้ว่าฯ) ระหว่าง 20-22 มิ.ย. (2) การจัดงาน Business Matching/Networking Reception ช่วงเย็นของวันที่ 21 มิ.ย.ที่โรงแรมที่พัก (VIE Hotel) มีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 102 คน โดยเป็นผู้แทนภาคเอกชนจากเสฉวน และผู้แทนภาคเอกชนจากในไทย จำนวน 85 คน (3) Working Dinner โดยนายสุวัชชัย ทรงวานิช ปธ.จนท. บริหาร ธ.กรุงเทพเป็นเจ้าภาพในวันที่ 20 มิ.ย. และ Working Lunch โดยนายอนันต์ ลาภสุขสถิต รองกรรมการ ผจก.ธ.กสิกรเป็นเจ้าภาพในวันที่ 22 มิ.ย. (ณ สนง.ธ.กสิกร)
ผู้แทนเสฉวนที่เดินทางต่างรู้สึกประทับใจกับการเยือนครั้งนี้ ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทางด้านนโยบายและสิทธิประโยชน์ทางการลงทุน รับรู้ถึงระเบียบขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ได้รับทราบถึงสภาพทั่วไปของนิคมอุตสาหกรรมในไทย ได้รู้จักสร้างมิตรภาพทางธุรกิจกับหลายบริษัทของไทยจากกิจกรรม Business Matching และรับทราบศักยภาพและความได้เปรียบของการลงทุนในไทย รวมถึงการทำความรู้จักกับประเทศไทยในด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม และอาหารไทย ซึ่งจะทำให้วิสาหกิจและนักลงทุนมีความเชื่อมั่น และมีประสบการณ์ ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการประกอบการพิจารณาสร้างความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้า และการเลือกเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในอนาคต
รูปภาพประกอบ