กงสุลใหญ่และคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานวิสาหกิจที่เมืองจื้อก้ง และเมืองอี๋ปิน

กงสุลใหญ่และคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานวิสาหกิจที่เมืองจื้อก้ง และเมืองอี๋ปิน

วันที่นำเข้าข้อมูล 4 ส.ค. 2560

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 814 view

เมื่อวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2560 นางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ได้นำคณะประกอบด้วยนางจุฑาภรณ์ เฟิลแคร์ กงสุล พร้อมเลขานุการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู เดินทางไปเยือนเมืองจื้อก้ง และอี๋ปิน เพื่อเข้าพบหารือกับผู้บริหารและผู้แทนสำนักงานการต่างประเทศและกิจกรรมชาวจีนโพ้นทะเลเมืองจื้อก้งและเมืองอี๋ปิน เพื่อสำรวจศักยภาพ และเยี่ยมชมและศึกษาดูงานวิสาหกิจที่มีชื่อเสียงในเมืองจื้อก้ง และอี๋ปิน

ในช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ค. 2560  กงสุลใหญ่ฯ และคณะ ได้เดินทางไปดูงานที่บริษัท บริษัท เติงไฉ่ กรุ๊ป(燈彩集团) ผู้ผลิตโคมไฟสี ตกแต่งออกแบบโคมไฟสีสำหรับจัดงานเทศกาลต่างๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองจื้อก้ง ในปี 1993 บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับต่างประเทศเป็นครั้งแรก โดยได้ร่วมมือกับประเทศไทยจัดเทศกาลโคมไฟ ณ สวนสยามทะเลกรุงเทพ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันบริษัทฯ มีความร่วมมือกับต่างประเทศมากกว่า 50 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษ และอินโดนีเซีย

ช่วงบ่าย กงสุลใหญ่ฯ และคณะ ได้ไปศึกษาดูงานที่บ่อเกลือเซินไห่ ซึ่งบ่อเกลือแห่งนี้ถูกขุดขึ้นในปี 1835 (สมัยราชวงศ์ชิง) ที่มีประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการการผลิตยาวนานกว่า 2 พันปี โดยเชื่อกันว่าเป็นบ่อเกลือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีความลึกกว่า 1,001.42 เมตร นอกจากนี้ ยังมีกรรมวิธีการผลิตเกลือแบบโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ โดยใช้ก๊าซธรรมชาติในการหุงต้ม สามารถผลิตเกลือได้ราว  3 ล้านตันต่อปี ทั้งนี้เมืองจื้อก้งยังเป็นศูนย์กลางการผลิตเกลือขนาดใหญ่ที่สุดของจีนโดยมีปริมาณการผลิตคิดเป็น 1 ใน 10 ส่วนของจีน

ต่อมาได้ไปศึกษาดูงานที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวและเอกลักษณ์ที่สำคัญของเมืองจื้อก้ง เนื่องจากเป็นแหล่งค้นพบกระดูกฟอสซิลของไดโนเสาร์หลายชนิด ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเป็น 1 ใน 3 ของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา นอกจานี้ฟอสซิลไดโดนเสาร์ที่จุดพบที่นี้มีขนาดใหญ่ติดอันดับโลกอีกด้วย  ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าในอดีตที่แห่งนี้เคยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของไดโนเสาร์มาก่อน

ในช่วงเย็นของวันที่ 17 ก.ค. 2560 กสญ.ฯ และ คณะฯ เดินทางมาถึงเมืองอี๋ปิน และได้พบหารือกับนาย Liao Wenbin รองนายกเทศมนตรีเมืองอี้ปิน โดยรองนายกฯ ได้แนะนำสภาพรวมของเมืองอี๋ปิน และการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานภายในตัวเมืองอี๋ปิน โดยเฉพาะด้านคมนาคมที่เชื่อมโยงกับเมืองต่างๆ นอกจากนี้ยังได้แนะนำถึงศักยภาพด้านการเกษตร และการท่องเที่ยวของเมืองอี๋ปิน

ในวันที 18 ก.ค. 2560 ช่วงเช้า กสญ.ฯ และคณะ เดินทางศึกษาดูงานที่ พิพิธภัณฑ์ผังเมืองอี๋ปิน

(宜宾城市规划展览馆)ปัจจุบัน ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ ได้มีการจำลองโมเดลแผนผังเมืองในการพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองอี๋ปินในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านเศรษฐกิจของเมืองอี๋ปินสำหรับการดึงดูดภาคการลงทุนและภาคการค้าจากต่างประเทศ

ต่อมาเดินไปศึกษาดูงานที่ท่าเรืออี๋ปิน ซึ่งท่าเรือแห่งนี้มีศักยภาพด้านการขนส่งทางน้ำเพื่อกระจายสินค้าออกสู่ทะเลไปยังสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน มีเครือข่ายถนนและทางรถไฟที่เชื่อมสู่เมืองสำคัญต่าง ทั้งนี้ในปัจจุบันการขนส่งสินค้าจากท่าเรืออี๋ปินสู่ท่าเรืออื่นๆ มีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น โดยมีการลดขั้นตอนการดำเนินเอกสารผ่านศุลกากรที่ท่าเรืออี๋ปินเพียงแห่งเดียว  นอกจากนี้ท่าเรืออี๋ปินมีเส้นทางใหม่ขนส่งที่สามารถเชื่อมโยงไปยังตลาดอาเซียน

จากนั้นกสญ.ฯ และคณะเดินทางไปพิพิธภัณฑ์เหล้าขาว “อู๋เหลียงเย่”(五粮液酒史博物馆)เหล้าขาว “อู๋เหลียงเย่” เป็นเหล้าขาวชั้นนำของจีน มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 600 กว่าปี ในปี 2005 เหล้าขาว “อู๋เหลียงเย่”ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “โบราณวัตถุทางวัฒนธรรม” ของจีน ความโดดเด่นของเหล้าขาว “อู๋เหลียงเย่” คือผลิตจากธัญพืชหลัก 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวเกาเหลียง ข้าวโพด ข้าวเหนียว และข้าวสาร การจำหน่ายเหล้าขาวอู๋เหลียงเย่ในปีที่ผ่านมามีรายได้มากขึ้น ทำรายได้ให้กับเมืองอี๋ปินประมาณร้อยละ 60

นิคมอุตสาหกรรมวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ก่อตั้งเมื่อปี 2013 โดยได้รับการอนุมัติจากกระทรวงเทคโนโลยีแห่งชาติ และได้ถูกจัดตั้งให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยรด้านการเกตรแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่บรรจบของมณฑลเสแวน มณฑลกุ้ยโจว และมณฑลยูนนาน เป็นเขตใจกลางสำคัญของนโยบายผนการยุทธศาสตร์เขตเศรษฐกิจแบงซีเกียง และเขตเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง รวมทั้งเป็นใจกลางของเขตผลิตเหล้าขาวของจีน  นิคมฯ มีพื้นที่ 28 ตร.กม. โดยเน้นการผลิตชาเป็นหลัก

จากการศึกษาดูงานที่เมืองจื้อก้งและเมืองอี๋ปินในครั้งนี้ ทำให้ทราบว่า เมืองจื้อก้ง คือ เมืองจื้อก้งมีอุตสาหกรรมศักยภาพ 3 ด้าน ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตเกลือ อุตสาหกรรมอุปกรณ์พลังงานทดแทน และอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องบิน ส่วนเมืองอี๋ปินเป็นเมืองที่มีจุดศูนย์กลางของเขตเศรษฐกิจเสฉวนตอนใต้ ซึ่งเป็นเขตการพัฒนาแต่ละภูมิภาคที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วโดยอาศัย “เส้นทางขนส่งทางน้ำ” เป็นตัวกลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นอกจากนี้มีความโดดเด่น ในอุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมอาหารอีกด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลของทั้งสองเมืองหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากกสญ.ฯ ในการเป็นกระบอกเสียง เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และด้านการเกษตร ระหว่างเมืองจื้อก้อและเมืองอี๋ปินกับประเทศไทยในอนาคต กสญ.ฯ พร้อมยินดีเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์และความร่วมของทั้ง 2 เมืองกับประเทศไทย

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ